“มรดกผ้าไหม”
สายใยแห่งพระเมตตา จากกี่ทอใต้ถุนเรือน
สู่เกียรติภูมิ ‘พระมารดาแห่งไหมไทย’

ด้วยพระปรีชาญาณและสายพระเนตรอันยาวไกล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงชุบฟื้นวิถีแห่งเส้นไหมพื้นบ้านที่ใกล้เลือนหาย ให้กลับมาผลิบานเป็นมรดกศิลป์อันวิจิตรคู่แผ่นดิน

ทุกรอยพระบาทที่เสด็จฯ เยือนราษฎรในถิ่นทุรกันดาร

ได้แปรความแห้งแล้งด้วยสายธารพระเมตตา นำไปสู่การก่อตั้ง
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2519) และการขยายผลสู่ศูนย์ศิลปาชีพ 14 แห่งทั่วประเทศ เปลี่ยนหยาดเหงื่อและกี่ทอผ้าใต้ถุนเรือนของเกษตรกรสตรีชนบท ให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรี อีกทั้งยังทรงเป็นต้นแบบแห่งความสง่างามด้วยการทรงฉลองพระองค์ผ้าไหมไทยในทุกวาระ นำพาคุณค่าแห่งหัตถศิลป์ไทยก้าวไกลสู่สายตานานาอารยประเทศอย่างภาคภูมิ

จากพืชริมทาง สู่นครหัตถกรรมโลกแห่งครามธรรมชาติ (WCC) ใต้ร่มพระบารมี

อัตลักษณ์และภูมิปัญญา
ศาสตร์แห่งสีครามธรรมชาติเกิดจากรากเหง้าวัฒนธรรมและความผูกพันของชุมชนลุ่มน้ำสงครามและเทือกเขาภูพาน สืบทอดคัมภีร์ใบลานในการ “ก่อหม้อคราม” ด้วยการเลี้ยงน้ำย้อมจากจุลินทรีย์ธรรมชาติที่มีชีวิต

6 ชุมชนหัตถกรรมต้นแบบ
ประกอบด้วย บ้านถ้ำเต่า (ศูนย์เรียนรู้ครามธรรมชาติแท้), บ้านบัว (แหล่งกำเนิดลายโบราณ), บ้านพันนา (สายสัมพันธ์ขอมโบราณสู่งานมัดหมี่), บ้านอูนดง (เชี่ยวชาญการสกัดเนื้อครามคุณภาพสูง), บ้านนาขาม (ผ้าครามลายไทโส้) และบ้านโนนเรือ (วิสาหกิจชุมชนพรีเมียม)

การยอมรับระดับสากล
ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และได้รับการรับรองจากสภาหัตถศิลป์โลก (WCC) ให้จังหวัดสกลนครเป็น “เมืองหัตถกรรมโลกแห่งครามธรรมชาติ” (World Craft City for Natural Indigo)

มณีนพรัตน์แห่งผืนผ้า จากภูมิปัญญาชาวผู้ไทย สู่หัตถศิลป์แผ่นดินสยาม

อัตลักษณ์และภูมิปัญญา
กำเนิดจากสไบเบี่ยงหนึ่งวาในงานบุญประเพณีของชาวผู้ไทย โดดเด่นด้วยวิจิตรศิลป์ “การจกด้วยปลายเล็บ” ซึ่งเป็นความประณีตซับซ้อนขั้นสูงที่เครื่องจักรไม่สามารถเลียนแบบได้ ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากครั่ง ประดู่ เพกา และคราม

คลังลายโบราณและนวัตกรรม
โดดเด่นด้วยลายโบราณ เช่น ลายนาค, ลายใบบุ่น, ลายพันมหา, ลายขอเจ้าฟ้า และลายดอกแก้ว ควบคู่กับพระราโชบายในการปฏิวัติผ้าสไบหน้าแคบสู่ “ผ้าไหมแพรวาหน้ากว้างผืนแรกของโลก”

ถิ่นฐานช่างทอสำคัญ
ชุมชนบ้านโพน (ศูนย์กลางการทอแพรวาระดับตำนาน อ.คำม่วง), บ้านสี่แยก (แหล่งอนุรักษ์ลายโบราณ) และบ้านหนองห้าง (สไบเบี่ยงดั้งเดิม)

ปาฏิหาริย์มัดหมี่จากใต้ถุนเรือน สู่มาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน

อัตลักษณ์และภูมิปัญญา
ศาสตร์แห่งการมัดและการย้อมที่อาศัยความแม่นยำทางคณิตศาสตร์บนเส้นใยไหมธรรมชาติ สร้างสรรค์เป็นคลังลายโบราณและลายพระราชทาน เช่น ลายหมี่ขอนารี, ลายโคม, ลายนาค, ลายขอกระจัง และลายขอเจ้าฟ้า

มาตรฐานการรับรอง
ได้รับการยกระดับคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐาน “ตรานกยูงพระราชทาน” 4 ชั้น (ทอง, เงิน, น้ำเงิน, เขียว) และตราสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

5 เมืองหัตถศิลป์มัดหมี่หลัก
อ.ปักธงชัย (นครราชสีมา – เมืองหลวงการทอไหม), อ.ชนบท (ขอนแก่น – ถิ่นกำเนิดมัดหมี่ลายโบราณ), อ.บ้านเขว้า (ชัยภูมิ – มัดหมี่หมี่คั่น), บ้านนาโพธิ์ (บุรีรัมย์ – ซิ่นตีนแดงกลุ่มศิลปาชีพแรก) และบ้านท่าสว่าง (สุรินทร์ – มัดหมี่โฮล-อัมปรม และผ้ายกทอง)

เงื่อนลายแห่งศรัทธา จากหมอนวัดสู่อาภรณ์แผ่นดินแห่งพุทธบูชา

อัตลักษณ์และภูมิปัญญา
ผ้าทอจากความเชื่อในงานพุทธบูชาและผ้ามหาทาน อาศัยกลไก “ไม้เก็บขิด” สอดลายเรขาคณิตซับซ้อน เช่น ลายช้าง, ลายม้า, ลายพญานาค และลายขอ โดยมีความต่างเชิงอัตลักษณ์ระหว่าง ขิดอีสาน (แน่นหนา วิจิตร เรขาคณิตซับซ้อน) และ ขิดล้านนา (โปร่ง เบา ผสานในซิ่นตีนจก)

แหล่งภูมิปัญญาและชุมชน
ตลาดผ้านาข่า (อุดรธานี – ศูนย์รวมการค้าลายโบราณ), กลุ่มขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู, บ้านหนองบัวแก้ว (มหาสารคาม) และชุมชนหมอนขิดขวานยโสธร-อำนาจเจริญ