“ทำไร่ทำนาก็ไม่พอกิน จะไปรับจ้างกรุงเทพฯ ก็ห่วงลูก ไม่มีใครเลี้ยงลูกให้…”
คำบอกเล่าของแม่ช่างทอผ้าบ้านกุดแห่ จ.หนองบัวลำภู ที่เลือกนั่งกระตุกกี่ทอผ้าขิดไหมถวายสมเด็จพระพันปีหลวง จนสามารถส่งเสียลูกให้เรียนจบปริญญาได้ถึง 2 คน พระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า และไม่ต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิด
กี่ทอรัก และปริญญาชีวิตใต้ถุนเรือน ณ “บ้านกุดแห่” หนองบัวลำภู
หากมองเข้าไปใต้ถุนบ้านไม้โปร่งของ บ้านกุดแห่ ตำบลกุดแห่ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ภาพที่เห็นจนชินตาไม่ใช่แค่ผู้หญิงนั่งทอผ้าคนเดียวตามลำพัง หากแต่เป็นกี่ไม้ขนาดใหญ่ที่มีช่างทอสองคนนั่งเคียงข้างกัน คนหนึ่งคอยยกเขาขิดสอดกระสวย อีกคนคอยเหยียบตะกอและกระแทกฟืม สองคู่มือ สองจังหวะ สอดประสานกันดั่งเสียงดนตรีที่มีชีวิต
“แต่ก่อนทำไร่ทำนาก็ไม่พอกิน… จะหนีไปรับจ้างที่กรุงเทพฯ ก็ห่วงลูก ไม่มีใครเลี้ยงลูกให้”
ป้าเอื้อมคำ แดนสวรรค์ ช่างทอผ้ารุ่นแม่ ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่ชีวิตมืดแปดด้าน ในวันที่ความยากจนคืบคลานเข้ามา แต่หัวอกคนเป็นแม่ไม่สามารถทอดทิ้งลูกน้อยไปขายแรงงานต่างถิ่นได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการนั่งปักหลักอยู่ใต้ถุนบ้าน ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าตามภูมิปัญญาเดิม
จนกระทั่งโอกาสครั้งใหญ่มาถึง เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ชาวบ้านจึงนำผ้าทอขึ้นไปทูลเกล้าฯ ถวาย จากคำแนะนำของท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ที่ให้ลองดัดแปลงทำเป็นผ้าม่าน ได้จุดประกายให้ชาวกุดแห่หันมาพัฒนา “ผ้าขิดไหม” อย่างจริงจัง ลวดลายเรขาคณิตโบราณที่นูนเด่น เงางามดั่งแพรไหมชั้นสูง ทำให้ผ้าขิดกุดแห่ก้าวขึ้นสู่การเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป 5 ดาวระดับประเทศ
แต่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของป้าเอื้อมคำ ไม่ใช่ถ้วยรางวัลใด ๆ หากแต่คือเงินรายได้จากการทอผ้าส่งถวายพระราชินี ที่กลายมาเป็นทุนการศึกษาส่งเสียลูก ๆ ให้ได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีถึง 2 คน มอบอนาคตใหม่ให้ลูกโดยที่แม่ไม่ต้องจากบ้านไปไหนไกล
เสน่ห์ที่น่าอัศจรรย์ของผ้าขิดกุดแห่ ถูกบอกเล่าต่อโดย คุณเอมอร ดอนมั่น ทายาทรุ่นลูกที่ก้าวเข้ามาสืบสานงานผ้าตั้งแต่จำความได้ เธอเล่าด้วยรอยยิ้มว่า การทอผ้าขิดที่นี่ต้องใช้คนทอพร้อมกันถึง 2 คน มันจึงเปรียบเสมือนโรงเรียนสอนการใช้ชีวิต
“การทอขิดสองคน มันสอนเรื่องความสามัคคี… ต่อให้โมโหใครมา พอนั่งลงหน้ากี่ด้วยกัน ก็ต้องใจเย็น ต้องถนอมน้ำใจกันที่สุด เที่ยงมาก็นั่งกินข้าวร่วมกัน มีอะไรก็แบ่งกันกิน ผืนผ้าที่เสร็จออกมา มันจึงเกิดจากความรักล้วน ๆ”
ในวินาทีสุดท้าย ป้าเอื้อมคำยกสองมือขึ้นพนมแนบอก น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอสองตา
“ขอบคุณพระราชินีมาก ๆ ค่ะ… ที่มีชีวิต มีกินมีใช้ มีบ้านอยู่ ลูกได้เรียนจบปริญญา ก็เพราะพระองค์ท่านจริง ๆ”
วันนี้ หากใครได้เดินทางมาเยือน กลุ่มทอผ้าขิดไหม บ้านกุดแห่ หนองบัวลำภู คุณจะได้พบกับผืนผ้าขิดโบราณลวดลายวิจิตรตระการตา แต่สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่า คือเรื่องเล่าของสายใยแม่ลูก ความรักความสามัคคีของคนในชุมชน และพระมหากรุณาธิคุณที่ชุบชีวิตใต้ถุนเรือนให้กลายเป็นสวรรค์แห่งความสุขอย่างแท้จริง

