ย้อนไปในวันที่แห้งแล้ง ชาวบ้านไม่มีข้าวกินจนต้องนำผ้าไหมไปเร่แลกข้าวต่างถิ่น สู่จุดเปลี่ยนเมื่อปี 2516 ที่สายพระเนตรของสมเด็จพระพันปีหลวงส่องมาถึง และแรงใจของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งปณิธานว่า “จะไม่เป็นภาระให้พระองค์ท่าน” จนผลักดันผ้าไหมมัดหมี่กี่โบราณจากบ้านนาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ สู่แบรนด์ “ผ้าตุ้มทอง” ที่ส่งออกไกลถึงยุโรปและอเมริกา
จากผ้าไหมแลกข้าว สู่รันเวย์ระดับโลก ปาฏิหาริย์แห่งศรัทธา “ผ้าตุ้มทอง” บุรีรัมย์
หากย้อนเวลากลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2516 ณ ตำบลเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาของอำเภอพุทไธสง (ในอดีต) ภาพจำของชาวบ้านนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ คือความแห้งแล้งที่แสนเจ็บปวด เมื่อถึงคราวที่ฝนไม่ตก ข้าวในเล้าหมดเกลี้ยง สิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดติดตัวแม่บ้านชาวนาโพธิ์ คือผืนผ้าไหมที่นั่งทอสะสมไว้ใต้ถุนเรือน ยามนั้น พวกเธอต้องหอบหิ้วผ้าไหมเดินเท้าข้ามหมู่บ้าน เพื่อนำไป “แลกข้าวสารประทังชีวิต”
แต่แล้ว ความมืดมนก็สลายไปด้วยพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ได้เดินทางลงพื้นที่ตามพระราชเสาวนีย์ โดยมี คุณแม่ประจวบ จันทร์นวล หญิงสาวผู้นำหมู่บ้านวัยเพียง 22 ปีในขณะนั้น ได้รวบรวมผ้าไหมของเพื่อนบ้านนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย พระองค์ทรงรับซื้อไว้ทั้งหมด และทรงรับเป็นสมาชิกศิลปาชีพ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หยาดน้ำตาแห่งความอดอยากได้แปรเปลี่ยนเป็นเงินทุนส่งลูกหลานเรียนจบสูง ๆ และสร้างฐานะให้มั่นคง
เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่า 40 ปี บนรากฐานความอยู่ดีกินดีที่ได้รับพระราชทาน เมล็ดพันธุ์ความคิดใหม่ก็ได้งอกเงยขึ้นในใจของลูกหลานศิลปาชีพอย่าง คุณแสงเดือน จันทร์นวล
“เราจะมาเป็นภาระของพระองค์ท่านอีกไม่ได้…
เราต้องช่วยพระองค์ท่าน ช่วยตัวเองให้ได้”
ด้วยความคิดกตัญญูที่ไม่อยากเห็นพระองค์ท่านต้องทรงแบกรับภาระรับซื้อผ้าเพียงฝ่ายเดียว คุณแสงเดือนจึงรวบรวมกลุ่มลูกหลานช่างทอรุ่นใหม่ ลุกขึ้นมาล้มลุกคลุกคลานนานเกือบ 7 ปี เพื่อปรับเปลี่ยนมุมมอง ออกแบบลวดลาย และคุมโทนสีให้ร่วมสมัย ตรงตามความต้องการของตลาดสากล แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเธอยืนหยัดอย่างหนักแน่น คือ “หัวใจของงานคราฟต์โบราณ” ที่ปฏิเสธการใช้เครื่องจักรอย่างสิ้นเชิง ทุกเส้นไหมยังคงสาวด้วยมือ ย้อมด้วยใจ และถักทอบนกี่ไม้ทีละเส้นละสาย
ความเพียรพยายามนั้นผลิดอกออกผลจนกลายเป็นแบรนด์ “ผ้าตุ้มทอง” (Pha Toomthong) ผ้าไหมมัดหมี่ไทยจากหมู่บ้านชนบทบุรีรัมย์ ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปอวดโฉมในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็งของชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้อย่างสง่างาม
วันนี้ หากใครได้แวะเวียนมาที่ บ้านนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ คุณจะได้ยินเสียงกี่ทอผ้าที่ดังคลอเคล้ากับเสียงหัวเราะ ได้นอนพักผ่อนในโฮมสเตย์ชุมชนที่แสนอบอุ่น และได้สัมผัสผืนผ้าที่ไม่ได้มีแค่ความงดงามของลวดลาย… แต่ถักทอไว้ด้วยกตัญญุตาและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้

