ตามรอยแม่ของแผ่นดิน ณ เมืองช้าง ศูนย์รวมภูมิปัญญาไหม และผ้ายกทองราชสำนัก

เคยเห็นผ้าไหมผืนละเป็นแสนไหม? พาบุก “บ้านท่าสว่าง” สุรินทร์
ชมกลุ่มทอผ้ายกทองจันทร์โสมา โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย
ครูศิลป์ของแผ่นดิน ที่ฟื้นฟูลวดลายราชสำนักโบราณด้วยกี่ทอผ้าหลังยักษ์ที่ต้องใช้ช่างทอพร้อมกันหลายคน พร้อมตามรอยพระราชดำริ ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ แหล่งสร้างอาชีพที่พลิกชีวิตชาวบ้าน 7 จังหวัด

มนต์ขลังผ้ายกทองโบราณ และเส้นทางสายไหมแห่งแผ่นดินสุรินทร์

หากดินแดนอีสานใต้คือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์ก็เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่เปล่งประกายด้วยผืนผ้าไหมไทย ที่นี่ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวของช้างและความอุดมสมบูรณ์ของทุ่งกุลา แต่ยังเป็นแผ่นดินที่ร้อยเรียงไว้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงชุบชีวิตเส้นไหมพื้นบ้านให้กลายเป็นหัตถศิลป์ชั้นสูงระดับสากล

การเดินทางตามรอยแม่ของแผ่นดินเริ่มต้นที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ พื้นที่สีเขียวกว่า 90 ไร่ ที่กำเนิดขึ้นจากพระราชดำริตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อให้เป็น “วิทยาลัยชีวิต” ของพี่น้องชาวอีสานใต้ถึง 7 จังหวัด ที่นี่ไม่เพียงสอนให้ชาวบ้านทอผ้าไหมและปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนวิชาชีพสารพัด ทั้งช่างเครื่องยนต์และเกษตรทฤษฎีใหม่ เติมเต็มความรู้ให้ราษฎรมีอาชีพพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

ลึกเข้าไปที่ หมู่บ้านท่าสว่าง คือหมุดหมายที่คนรักผ้าไทยทั่วโลกต่างปรารถนาจะมาเยือนสักครั้ง ณ กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา เรือนไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่เป็นที่พำนักของ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผู้ทุ่มเททั้งชีวิตฟื้นฟู “ผ้ายกทองโบราณ” ตามแบบราชสำนักสยามที่เกือบจะสูญหายไป

ภาพเบื้องหน้าที่ชวนตะลึงคือกี่ทอผ้าขนาดยักษ์สูงตระหง่านจรดเพดาน ต้องใช้ช่างทอทำงานสอดประสานกันถึง 4 คน บางคนนั่งทออยู่ด้านล่าง ขณะที่อีกคนต้องปีนขึ้นไปนั่งบนนั่งร้านสูงเพื่อคอยยกและสอดเส้นไหมตามผังลายโบราณ ความอุตสาหะที่ต้องใช้เวลาทอนานนับเดือน ทำให้ผ้าแต่ละผืนมีมูลค่าหลักแสนบาท งดงามดั่งมีชีวิตและสะท้อนความประณีตขั้นสูงสุดของช่างศิลป์ไทย

ปิดท้ายเส้นทางแห่งความประทับใจที่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สุรินทร์ แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลองจับไหม สัมผัสความอุ่นของหม้อต้ม และเรียนรู้การสกัดสีจากธรรมชาติ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ พิพิธภัณฑ์ลายผ้าไหม ชมผ้ามัดหมี่โบราณชั้นครู อย่างลายเรือหงส์สำเภาทองและลายอัมปรม ที่เก็บรักษาภูมิปัญญาของบรรพชนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

ผืนผ้าเมืองสุรินทร์ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่คือบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ถักทอด้วยความศรัทธา หยาดเหงื่อ และพระบารมีที่โอบอุ้มแผ่นดินไทยให้อบอุ่นเสมอมา