“พระองค์ท่านพระราชทานทุนและเส้นไหมหลวงให้ พร้อมให้การบ้านมาว่าต้องทอลายไหน กี่ชิ้น กี่เมตร…” เรื่องเล่าเปื้อนรอยยิ้มของแม่บ้านชาวดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินในปี 2542 พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่เปลี่ยนเวลาว่างหลังฤดูทำนาให้กลายเป็นรายได้มั่นคง ไม่ต้องพลัดพรากทิ้งถิ่นฐานไปทำงานต่างแดน
“การบ้านจากสมเด็จแม่” และรอยยิ้มใต้ถุนเรือน ณ บ้านหนองแคน มุกดาหาร
ท่ามกลางทิวเขาและสายฝนที่โปรยปรายในอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร หากเดินลัดเลาะเข้าไปใต้ถุนเรือนไม้โบราณของ บ้านหนองแคน เราจะได้ยินเสียงกงปั่นด้ายหมุนวนเป็นจังหวะ สลับกับเสียงพูดคุยและรอยยิ้มของเหล่าแม่บ้านที่นั่งล้อมวงมัดหมี่เส้นไหมสีครามอย่างขะมักเขม้น
ย้อนกลับไปในอดีต ผืนดินแถบนี้เคยเงียบเหงาและแร้นแค้น ชาวบ้านพึ่งพารายได้เพียงการทำไร่ทำนาตามฟ้าฝน เมื่อหมดหน้านา ความยากจนก็บีบให้หลายครอบครัวต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานไปรับจ้างในเมืองหลวง แต่แล้วในปี พ.ศ. 2542 แสงสว่างแห่งความหวังก็ได้ส่องลงมายังดงหลวง เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ทรงทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยาก และได้พระราชทานกำเนิด โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านหนองแคน
ภาพความประทับใจที่ชาวบ้านหนองแคนเล่าขานไม่รู้เบื่อ คือวันที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระพันปีหลวงได้พระราชทานทุนรอนตั้งต้น และพระราชทาน “เส้นไหมหลวง” ลงมาให้ถึงมือ พร้อมทั้งทรงมอบหมาย “การบ้าน” ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก
“เพิ่นให้การบ้านมา… กำหนดลายผ้าไหมให้แต่ละคน บางคนได้ 2 ผืน 3 ผืน บางคนได้ 5 เมตร 10 เมตร ให้กลับมาตั้งใจทอตามลายที่เพิ่นให้”
การบ้านผืนผ้านั้นถูกส่งต่อผ่านมือนายทหารประจำโครงการที่คอยเป็นสะพานเชื่อม นำเส้นไหมมาส่งถึงบ้าน และนำผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอเสร็จส่งเข้าสู่พระราชวังดุสิต สวนจิตรลดา เพียง 2–3 เดือนถัดมา เมื่อเงินค่ารับซื้อผ้าไหมส่งกลับคืนมาถึงมือ เสียงหัวเราะและความชื่นใจก็ดังขึ้นทั่วทั้งคุ้มบ้าน
เงินค่าผ้าไหมผืนงามเหล่านั้น ได้กลายเป็นค่านม ค่าข้าว และเป็นทุนการศึกษาที่ส่งเสียลูกหลานชาวหนองแคนให้ได้เล่าเรียนสูง ๆ จนจบปริญญา แต่สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าเงินตรา คือการที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ไม่ต้องทิ้งลูกไปทำงานไกลบ้าน เพราะมีกี่ทอผ้าและ “การบ้านจากสมเด็จแม่” เป็นหลักยึดเหนี่ยวชีวิตและสร้างศักดิ์ศรีให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

