“คึดฮอดคือพ่อแม่สิมา” เสียงจากหัวใจแม่เฒ่าช่างทอผ้า แห่งศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม

ทอผ้าผืนแรกได้รางวัลที่ 2 ได้ทั้งทองคำและเงินรางวัลรวมค่าผ้า นำไปซื้อที่นาทำกินได้ถึง 11 ไร่! เรื่องเล่าชีวิตจริงอันเปี่ยมล้นด้วยความตื้นตันของสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ที่ได้รับ “ชีวิตใหม่” จากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง

จากกี่ทอผ้าสู่ผืนนา 11 ไร่ พระบารมีแม่ของแผ่นดิน ณ “บ้านกุดนาขาม” สกลนคร

ในความทรงจำของชาวบ้านตำบลเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่แว่วดังมาจากขอบฟ้าเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่ใช่เพียงแค่เสียงของยานพาหนะ หากแต่มันคือ “เสียงแห่งความหวัง” ที่ทำให้หัวใจของชาวบ้านทุกคนเต้นรัวด้วยความสุขล้นพ้น

“คึดต่อเพิ่น คือจั่งพ่อแม่เฮาสิมาแต่ทางไกลนั่นล่ะ… เกี่ยวข้าวอยู่กะบ่เป็นอันเกี่ยว ได้ยินเสียงแนมเบิ่งฟ้า พุ่นเพิ่นมาแล้ว”

รอยยิ้มเปื้อนน้ำตาของแม่เฒ่าสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม บอกเล่าความรู้สึกในวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎร นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความแห้งแล้ง ความยากจนแร้นแค้น และหยาดเหงื่อของราษฎร จึงมีพระราชดำริจัดตั้ง ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างอาชีพเสริมให้ผู้คนไม่ต้องอพยพทิ้งถิ่นฐาน

หนึ่งในเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากฝีมือและความเพียร คือเรื่องของหญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของศูนย์ฯ เธอตั้งใจทอผ้าไหมส่งเข้าประกวดเป็นผืนแรกในชีวิต ด้วยความประณีตบรรจง ผ้าผืนนั้นคว้ารางวัลที่ 2 มาครอง ได้รับพระราชทานทองคำหนัก 2 บาท พร้อมเงินรางวัล และเงินค่ารับซื้อผ้าไหม รวมแล้วเป็นเงินกว่าแสนบาท

เงินก้อนนั้น… ได้เปลี่ยนชีวิตของครอบครัวเธอไปตลอดกาล เธอตัดสินใจนำเงินไปซื้อที่นาทำกินเป็นของตัวเองได้ถึง 11 ไร่ ปลดเปลื้องหนี้สินที่พอกพูนมานานปี และยังมีเงินส่งเสียลูก ๆ ให้ได้เล่าเรียนจนจบการศึกษา มีอนาคตที่สดใส

“มีทุนมีฮอน กะย้อนสมเด็จแม่ เพิ่นให้ชีวิตใหม่เฮามา”

วันนี้ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ได้เติบโตเป็นศูนย์ศิลปาชีพขนาดใหญ่ของอีสาน ไม่เพียงแต่โดดเด่นเรื่องผ้าไหมมัดหมี่เท่านั้น แต่ยังมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องงานเครื่องปั้นดินเผาเซรามิกเขียนลายไทยอันอ่อนช้อย งานประดิษฐ์ดอกไม้ และงานปักผ้า ทุกชิ้นงานที่วางเรียงรายอยู่ในศาลารวมใจเทิดพระเกียรติ ล้วนมีชีวิตและมีลมหายใจของความกตัญญู ที่พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่าง “แม่ของแผ่นดิน” กับลูกหลานชาวสกลนครไปอีกนานเท่านาน